<< November >>

S

M

T

W

T

F

S

26 

27 

28 

29 

30 

31 

8 

9 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

<< 2008>>

เรื่องของนักเรียน
แค่คืบเท่านั้น
รู้ไว้เถอะว่าเสียใจ
บันทึกการไปรร.จากพ่อ
ต้นข้าว 6 เดือน
เป็นเด็กอนุบาล 1 แล้วครับ
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
เปิดแผล
รอยแผลลูกผู้ชาย(ซน)
เล่นน้ำ
สงกรานต์
ซามูไรพ่อลูกอ่อน
ทริปกระทันหัน
วันแรกของเดือนเมษา
พักฟื้น
หลังผ่าตัด
ผ่าตัด
กระทันหัน
ความคืบหน้า
ปวดประสาทหน้า
ระทึก
ตรุษจีนเมืองชล
พ่อเล่าเรื่องโรงเรียนให้ฟัง ตอนจบ
พ่อเล่าเรื่องโรงเรียนให้ฟัง ตอนที่2
พ่อเล่าเรื่องโรงเรียนให้ฟัง ตอนที่ 1
เรื่องตื่นเต้น
ผู้มาเยือน
สองเดือน
พี่ชายน้องสาว
ลูกสอง
ทริปส่งท้าย
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
Happy Christmas
วัคซีนหนึ่งเดือนและของขวัญ
3 ขวบกับ 1 เดือน
นมของหนู
ลอยทง ลอยทง
Mom Tag
บันทึกครั้งแรกของต้นข้าวจากพ่อ









ปวดประสาทหน้า

 

ใครเคยได้ยินชื่อโรคนี้ไหม ตั้งแต่เกิดมา 30 กว่าปี ก็เพิ่งเคยได้ยินนี่ล่ะ

มันเป็นโรคที่ปวดทรมานมากๆ ถ้านึกไม่ออกว่าปวดยังไง

ลองนึกถึงเวลาเราปวดฟันคุดนะ มันปวดมากกว่าอีก 10 เท่า

ไม่ได้ปวดตลอดเวลา แต่ปวดเป็นพักๆ บางทีก็ปวดน้อย บางทีก็ปวดมาก

หนักๆเข้าก็ปวดจี๊ดดดดดดดดขึ้นสมองเลย น้ำตาจะไหลพรากๆโดยไม่รู้ตัว

บริเวณที่ปวดคือใบหน้า ริมฝีปาก ทำให้ข้าใจผิดว่าปวดฟัน

 

ปวดประสาทหน้า

 

เมื่อต้นปีที่แล้วอยู่ๆคุณยายก็บ่นปวดแถวๆฟันขึ้นมา ทำยังไงก็ไม่หายปวด

เริ่มจากปวดไม่มาก พักหนึ่งก็หายไป แล้วก็ปวดมากขึ้น จนต้องกินยา

หนักเข้า ยาแก้ปวดธรรมดาก็ช่วยไม่ได้ พยายามไปหาหมอฟันครั้งแล้วครั้งเล่า

ก็หาสาเหตุไม่พบ เอ็กซเรย์ฟันก็แล้ว ทุกอย่างปกติดี ไม่มีอะไรบอกว่าต้องถอนฟัน

คุณยายเพียรพยายามไปหาหมอฟันบ่อยขึ้น เพื่อหาสาเหตุของการปวดฟัน

คิดว่าต้องเป็นที่ฟันแน่ๆ เนื่องจากฟันคุณยายทั้งอุดทั้งรักษารากเต็มปากไปหมด

จนหมอฟันตัดสินใจรื้อบริเวณที่อุดและรักษาใหม่ไปหลายรอบ ก็ยังไม่หาย

ไปหาอาจารย์หมอฟัน ท่านก็ลงความเห็นว่าฟันไม่เป็นอะไร แต่สงสัยว่าจะเป็นที่ประสาทมากกว่า

นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณยายเริ่มหันไปหาหมอที่รพ.ประสาท

ได้ยาแก้ปวดแบบรุนแรงมาหลายขนาน กินแรกๆก็หายดี พอหยุดกินสักพักก็กลับมาปวดอีก

หมอต้องให้ยาแรงขึ้นเรื่อยๆ กินหาย สักพักเป็น จนต้องเพิ่มความแรงของยาทุกครั้ง

วนเวียนแบบนี้เป็นปี คุณยายยังไม่ปักใจเชื่อว่าไม่เกี่ยวกับฟัน เพราะส่วนใหญ่ปวดมากๆตอนขยับปาก

พยายามไปหาหมอฟันที่อื่นอีกครั้ง ซึ่งไม่ว่าหมอไหนก็บอกไม่เกี่ยวกับฟันทุกคน

แต่ความพยายามยังไม่สิ้นสุด คุณยายไปหาหมอฟันให้ถอนฟันออกจนได้

ซี่แรกไม่พอ ยังไปถอนซี่ที่สองจนได้ ไม่ว่าใครจะห้ามก็ไม่ฟัง

ถึงจะถอนไปสองซี่ ก็ยังไม่หาย คุณยายเริ่มหมดหวังในการรักษา ทุกคนได้แต่ปลอบใจ

รวมทั้งช่วยกันพยายามหาข้อมูลของโรคที่คุณยายเป็น

 

ปวดประสาทหน้า

 

หลังจากถอนฟันไปสองซี่ คุณยายก็เริ่มคิดว่าอาจไม่ได้เกี่ยวกับฟันจริงๆ

ซึ่งทุกคนก็บอกไปแล้ว ไม่ว่าจะหมอหรือคนในครอบครัว

คุณยายหันมารักษาหมอประสามจริงจังขึ้น กินยาเยอะมากแรงมาก

แรงขนาดที่ว่าออกอาการชาตามร่างกาย บางครั้งไม่มีแรงเบ่งอึ

แรกๆที่กินยา มึนมาก จนต้องนั่งเฉยๆหรือไม่ก็นอน ถ้าลุกเดินจะเซไปเซมา

ถ้าไม่ระวังจะล้มไปที่พื้นโดยไม่ทันรู้ตัว เป็นยาที่กดระบบประสาทอย่างแรง

กินไปกินมาสักพัก อาการต่างๆก็ดีขึ้น เหมือนร่างกายเคยชินปรับตัวได้

แต่กินยาถึงขนาดนี้ก็ยังไม่หาย คุณหมอต้องเพิ่มความแรงของยาจนขีดสุด

อาการมึน อาการชา กลับมาอีกครั้ง แต่เป็นไม่นาน ร่างกายก็สามารถปรับตัวได้อีกครั้ง

ด้วยความแรงของยา บวกอาการของโรคที่เป็นมากขึ้นเรื่อยๆ

เราพยายามหาทางออกอื่นๆนอกจากการกินยา พยายามหาข้อมูลของโรคนี้จนเจอ

 

ปวดประสาทหน้า

 

ชื่อโรคอย่างเป็นทางการคือ โรคปวดประสาทหน้า (Trigeminal neuralgia)

อาการปวดที่ใบหน้า หรือ กระหม่อม ตามแนว ของเส้นประสาทสมองคู่ที่ห้า ซึ่งทำหน้าที่รับความรู้สึกสัมผัส, อุณหภูมิ และความรู้สึกเจ็บปวด ส่งไปยังก้านสมอง และสมองใหญ่ตามลำดับ อาการปวดจะมีลักษณะพิเศษ คือ ปวดเสียวแปล๊บๆ คล้ายถูกไฟช็อตเป็นพักๆ และมักจะปวดมากขึ้น เวลาเคี้ยว พูด หรือสัมผัสเบาๆ เช่น การล้างหน้า

เส้นประสาทสมองคู่ที่ห้า มีแขนงย่อย 3 เส้น ได้แก่

• แขนงที่หนึ่ง เลี้ยงบริเวณตา หน้าผาก และกระหม่อม (Opthalmic branch- V1)

• แขนงที่สอง เลี้ยงบริเวณแก้ม และขากรรไกรส่วนบน (Maxillary branch-V2)

• แขนงที่สาม เลี้ยงที่ขากรรไกรล่าง (Mandibular branch-V3)

มักพบอาการปวดได้บ่อยจากแขนงที่สอง คือ ปวดแปล๊บๆ ตามโหนกแก้ม ขากรรไกรบน รวมถึงเสียวเหงือกและฟัน จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ จะถูกวินิจฉัยครั้งแรก จากทันตแพทย์ !!

 

ทำไมถึงปวด สาเหตุเกิดจากอะไร

 

การศึกษาปัจจุบันพบว่า ส่วนใหญ่เกิดจากการกดทับของหลอดเลือดเล็กๆ ซึ่งมีการหย่อนยาน ตามอายุที่เพิ่มขึ้น ใกล้กับทางออกของ เส้นประสาทสมองคู่ที่ห้า ทำให้เส้นประสาทเกิดการนำกระแสประสาทที่มากขึ้น คล้ายกับไฟฟ้าลัดวงจรนั่นเอง ทำให้โรคปวดประสาทหน้า (trigeminal neuralgia) พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ

ถ้าพบในอายุน้อย หรือมีอาการทางระบบประสาทอื่นร่วมด้วย เช่น หน้าชา ปากเบี้ยว หูไม่ได้ยิน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาสาเหตุเพิ่มเติมโดยการเอกซ์เรย์สมอง เช่น ปลอกประสาทเสื่อม (Multiple sclerosis), เนื้องอก เป็นต้น

ทำไมบางครั้งก็หายเองได้ บางครั้งก็ปวดขึ้นมาใหม่

ลักษณะของการดำเนินโรคจะเป็นอย่างที่กล่าวมา คือ ปวดติดต่อกันเป็นเดือนหรือปีได้ แล้วไม่มีอาการเป็นปี จากนั้นเริ่มปวดใหม่ หรือ ปวดต่อเนื่องกันไปตลอด

ปัจจัยที่กระตุ้นให้ปวดมากขึ้น ได้แก่ การอดนอน ความเครียด เป็นต้น

 

การรักษาต้องทำอย่างไร

มีแนวทางหลักในการรักษาได้แก่

 

1. การรักษาทางยา : ยาส่วนใหญ่จะเป็นยาในกลุ่มยากันชัก เช่น

• Carbamazepine (Tregretal), Trileptal (Oxycarbazepine), Phenytoin (Dilantin®), Baclophen (Lioresal®)และ Gabapentin(Neurontin®)

• ยาออกฤทธิ์โดยการลดกระแสไฟฟ้าที่ผิดปรกติดังกล่าว

• ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ มีง่วงซึม เวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน และเกลือแร่ผิดปรกติ

 

2. การรักษาโดยการผ่าตัด

• Stereotactic Radiosurgery (Gamma Knife)

o มีการวางกรอบที่ศีรษะผู้ป่วย โดยใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้า ช่วยให้เกิดความแม่นยำมากขึ้น จากนั้นใช้รังสียิงไปในจุดที่กำหนดไว้

o ข้อดี คือ ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้น เพียง 1-2 วัน

o ข้อเสีย คือ อาการปวดประสาทหน้าใช้เวลานานเป็นเดือน กว่าจะเห็นผลของการฉายรังสี

• Microvascular Decompression Surgery

o ทำโดยประสาทศัลยแพทย์ จุดประสงค์ คือ การแก้ไขให้เส้นประสาทไม่ถูกกดทับจากหลอดเลือด โดยผ่าตัดเข้าทางบริเวณหลังใบหู แล้วเลาะไปถึงจุดที่เส้นประสาทออกจากก้านสมอง(root entry zone) เพื่อยกหลอดเลือด หรือ เลาะเอาพังผืดใกล้เคียงออก

o ข้อดี คือ อาการปวดจะดีขึ้นโดยทันทีหลังผ่าตัด 90-95% สามารถหยุดยาแก้ปวดได้

o ข้อเสีย คือ เสี่ยงกับการดมยาสลบ การผ่าตัด และการบาดเจ็บของเส้นประสาท เช่น หน้าชา หน้าเบี้ยว หรือ หูได้ยินลดลง

 

ข้อมูลทั้งหมดมากจาก  http://www.praram9.com/showarticle.php?essayID=407

 

ปวดประสาทหน้า

 

อ่านแล้วทุกอย่างตรงกับอาการที่คุณยายเป็น ทำให้เรารู้แนวทางการรักษามากขึ้น

มาถึงขั้นนี้แล้ว หมอที่ไปรักษาประจำก็คิดว่าถ้าไม่ดีขึ้นอาจต้องใช้วิธีผ่าตัดเข้าช่วย

เราจึงต้องพยายามหาหมอหลายๆท่านที่ชำนาญด้านนี้โดยเฉพาะ

แล้วก็ไปเจอหมอที่รพ.กรุงเทพ ท่านชำนาญทั้ง Gamma Knife และการผ่าตัด

ตอนแรกคุณยายตัดสินใจจะทำ Gamma Knift เพราะเจ็บตัวน้อย ไม่ต้องพักฟื้นนาน

แต่เมื่อมาฟังข้อดีข้อเสียจากคุณหมอหลายๆท่าน ทั้งหมอรังสีก็บอกว่าจะไปตัดเส้นประสาททำไม

มันยังดีอยู่เลย แค่เส้นประสาทมันทับกัน ผ่าตัดแยกเส้นประสาทเฉยๆก็จบแล้ว

คุณยายจึงตัดสินใจใหม่ใช้วิธีผ่าตัด ซึ่งให้ผลที่แน่นอนกว่า เสียที่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน

หมอที่รพ.กรุงเทพ ก็ดีแสนดี รู้ว่าคุณยายเป็นข้าราชการบำนาญ

ท่านแนะนำให้ไปผ่าตัดที่รพ.รามา จะได้ไม่ต้องเสียเงินเยอะ และท่านก็จะไปผ่าตัดให้ด้วยตัวเอง

 

ปวดประสาทหน้า

ปวดประสาทหน้า

 

หลังจากหาวิธีการรักษาอยู่หลายวิธี หลังจากไปหาหมอหลายท่าน

วันที่ 3 มีนาคม 2551 หมอที่รพ.รามานัดคุณยายให้เข้าไปผ่าตัด

ถึงจะเชื่อมั่นในฝีมือหมอ ถึงจะมีกำลังใจที่ดี ความกังวลทั้งหลายก็ยังไม่หมดไป

คุณยายซึ่งไม่เคยป่วยถึงขนาดต้องนอนรพ. คิดไปต่างๆนาๆ จะเจ็บมากไหม จะหายไหม

คนรอบข้าง รวมทั้งแม่ ได้แต่ปลอบใจและให้กำลังใจ

โดยที่กำลังใจที่จะทำให้คุณยายสู้มากที่สุด ก็คือกำลังใจจากหลานทั้งสอง พี่ต้นตาลน้องต้นข้าว

ไม่ว่าช่วงนี้แม่จะงานยุ่งยังไง เหนื่อยกับลูกแค่ไหน แต่แม่ก็ต้องดูแลคุณยาย

แม่ไม่เคยคิดว่าคุณยายป่วย เพราะคุณยายไม่เคยทำตัวเป็นคนป่วย

ถึงคุณยายจะบอกว่าไม่ต้องไปเฝ้าคุณยายที่รพ. แม่ก็ต้องไปให้ได้

งานจะยุ่งแค่ไหน แม่ก็คงต้องคิดถึงเรื่องคุณยายเป็นอันดับแรก ต้องไปดูแล

แม่รู้คุณยายห่วงหลานทั้งสองมาก อยากให้แม่ดูแลหลานมากกว่า

แต่แม่คิดว่าแม่กับพ่อสามารถแบ่งเวลากันได้ แม่มีแม่อยู่คนเดียว แค่นี้แม่ต้องดูแลได้สิ

ต้นตาล ต้นข้าว อย่าลืมนะ อย่าลืมความรักและความเป็นห่วงที่คุณยายมอบให้

จงรักคุณตาคุณยายให้เหมือนหรือมากกว่ารักพ่อกับแม่เถอะลูก

 

ปวดประสาทหน้า

 

 ปล1. ป่วยคราวนี้นน.คุณยายหายไปเป็น 10 โล หุ่นเพียวลมเลย

ปล2. หายเร็วๆนะคะแม่ ลูกสาวคนนี้ห่วงสุดหัวใจ

 

 

 

 

ปวดประสาทหน้าปวดประสาทหน้า

ปวดประสาทหน้าปวดประสาทหน้า

ปวดประสาทหน้า

 

ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับข้อมูลการให้นมแม่ของส้ม สามารถหาอ่านได้จากหัวข้อเก่าที่ส้มเคยเขียนไว้ดังนี้

    1. นมอะไรดีน้า
    2. ความรู้สึกของความเป็นแม่
    3. ก้าวแรกของแม่
    4. เคล็ดไม่ลับ
    5. ทำยังไงให้มีน้ำนม
    6. มานอนยาวกันเถอะ
    7. นมแม่ถึงเมื่อไหร่
    8. เรื่องกินของผม
    9. วันที่แม่เศร้า
Posted on Sat 1 Mar 2008 8:24

Comment
เพิ่งเคยได้ยินชื่อโรคนี้จากน้องส้มเนี่ยแหล่ะ ไม่เคยรู้จัก หรือได้ยินมาก่อนเลย ขอบคุณมาก ๆ นะค๊ะ สำหรับข้อมูลดี ๆ ที่เอามาฝากกัน

ขอให้คุณยาย หายป่วยไว ๆ นะค๊ะ ขอให้กลับมามีสุขภาพดีดังเดิม และมาเป็นขวัญและกำลังใจให้กับน้องส้ม ต้นตาล และต้นข้าวนะค๊ะ
   
Tue 4 Mar 2008 11:41 [32]

ส้ม คุณยายเป็นไงมั่ง.. ผ่าตัดแล้วต้องพักฟื้นอีกกี่วัน
อย่าลืมเล่าสู่กันฟังนะ

ขอให้คุณยายหายเร็วๆจ้ะ ฝากกำลังใจจากหลานชายอีกสองคน (แทนและธัน) ไปถึงคุณยายด้วย
Tan & Thun   
Mon 3 Mar 2008 16:50 [31]

สวัสดีค่ะพี่ส้ม ไม่ได้เข้ามาไดพี่ส้มนานมากกกก เลยทำให้ตกข่าวอย่างรุนแรงTT" ไม่รู้เลยว่าพี่ส้มมีน้องต้นข้าวแล้ว TT" อุ๊ขอแสดงความยินดีย้อนหลัง (นานไปเปล่าเนี่ย????) กับคุณแม่ลูกสองคนนี้นะคะ อิ อิ ขอบอกว่า...ในความคิดของอุ๊ น้องต้นตาล copy พี่ส้มมาเลย ส่วนน้องต้นข้าวน่าจะ copy คุณพ่อมาเด๊ะ ๆ เหมือนกัน น้องต้นข้าวขาวมาก ๆ เลยค่ะ ยิ่งตอนใส่ชุดเสื้อสีขาวแดง น่ารักมากๆๆๆ ...

เรื่องคุณยายน้องต้นตาล ขอให้คุณยายหายเร็ว ๆนะคะ อุ๊กับน้องกีต้าร์ขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวพี่ส้มด้วยค่ะ แต่โชคดีมาก ๆ นะคะที่เจอคุณหมอใจดี รับรองว่า...คุณยายต้องหายดีอย่างแน่นอนค่ะ ฝากบอกคุณยายด้วยนะคะว่าคุณยายสวย ยังปิ๊ง ๆ อยู่เลย^^ ขอให้พระคุ้มครองให้การผ่าตัดครั้งนี้ผ่านไปด้วยดีนะคะ...เพิ่งรู้ว่ามีโรคแบบนี้ด้วย อ่านไดพี่ส้มวันนี้ได้ความรู้อีกเยอะเลยนะคะเนี่ย...

เรื่องการพูดของกีต้าร์ อุ๊ไม่คิดมากเลยค่ะพี่ส้มตอนแรก ๆ แต่พอไปหาหมอ หมอที่นี่บอกว่ากีต้าร์ผิดปกติ...เท่านั้นแหละค่ะ เครียดเลยTT" แต่พอมาอ่านเม้นท์พี่ส้มก้อรู้สึกดีขึ้นจริง ๆ นะคะ เดี๋ยวสักสองขวบอุ๊จะลองดูพัฒนาการเค้าอีกทีนึง^o^ เค้าฟังรู้เรื่องนะคะแต่เค้าไม่พูดตอบTT"

รักษาสุขภาพนะคะพี่ส้ม...รักและคิดถึงเสมอค่ะ...
   
Mon 3 Mar 2008 16:49 [30]

ขอให้คุณยาย หายป่วยไว ๆ น่ะค่ะ สุขภาพแข็งแรง เหมือนเดิมเร็ว ๆ ด้วยค่า ^_^
   
Mon 3 Mar 2008 14:54 [29]

เป็นกำลังใจให้ละกันนะ

tik-palmy   
Mon 3 Mar 2008 14:10 [28]

ขอให้หายคุณยาย หายไวไวนะคะ เอาใจช่วยค่ะ
   
Mon 3 Mar 2008 12:40 [27]

วันนี้ทั้งอาม่าและคุณยายของส้ม

ผ่าตัดทั้งคู่เลย

ขอให้ศักดิ์สิทธิ์มีจริงคะ

ขอให้ทั้งคู่หายเร็วๆ

   
Mon 3 Mar 2008 12:10 [26]

โรคนี้ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน เพิ่งเคยได้ยินจากส้มนี่แหละ
ขอให้คุณยายหายป่วยไวไวนะค่ะ

เก๋มนช่อ   
Mon 3 Mar 2008 9:07 [25]

^^ อ่านแล้วคิดถึงคุณม่ขึ้นมาจับใจเหมือนกันค่ะ

ไม่อยากให้คนที่เรารักเจ็บป่วยเลยนะคะ
ขอเอาใจช่วยให้คุณแม่ของคุณแม่ส้มหายป่วยไวๆนะคะ..


รูปในช่องคอมเม้น คุณแม่สวยจังค่ะ..
   
Sun 2 Mar 2008 22:44 [24]

น้องส้ม พี่มาเป็นกำลังใจให้คุณยายด้วย เวลาคุณแม่เราป่วย เราก็ไม่สบายใจด้วยนะคะ กังวลไปหมด เป็นห่วงไปหมด พี่เป็นกำลังใจให้ทั้งคุณยายและน้องเลยค่ะ
   
Sun 2 Mar 2008 11:43 [23]

น้องส้มจ๋า เข้ามาเป็นกำลังใจให้นะ ขอให้คุณแม่หายไวๆนะ เข้าใจหัวอกลูกจริงๆเวลาแม่ป่วยเนี่ย เฮ้อ.....สู้ๆนะจะส้มจ๋า
   
Sat 1 Mar 2008 21:38 [22]

เพิ่งจะเคยได้ยินจากไดส้มเป็นครั้งเเรกเหมือนกันจ้ะโรคนี้
ยังไงก้อขอให้คุณยายหายไวๆนะคะ
หน้าตาสดชื่นเชียวเวลาอุ้มหลาน ^^
   
Sat 1 Mar 2008 11:34 [21]

ขอให้คุณแม่น้องส้มหายเป็นปกตินะคะน้องส้ม

ป.ล. พี่เห็นภาพน้องต้นตาลตอนเล็กในไดน้องส้ม
ทำเอานึกถึง Topic ที่แม่ ๆ ที่อเมริกาคุยกันเลยค่ะตอนนี้ พี่ไม่รู้เมืองไทยเป็นยังไงนะคะน้องส้ม น้องส้มลองไปอ่านไดน้องโอ๋แม่น้องไมกี้กับน้องแมรี่ดูนะคะ (ด้วยความหวังดีค่ะ เพราะพี่ก็พลาดเอาก้นลูกมาโชว์พักนึงค่ะ)
   
Sat 1 Mar 2008 5:47 [20]

น้องส้มจ๋า คุณป้าพี่ ผ่าตัดเมื่อปลายปีที่แล้วค่ะ ผ่าแล้วนอนรพ. 7 วันค่ะ ตอนนี้คุณป้าก็บอกว่า ชาบ้างเป็นระยะ แต่ไม่ปวดเหมือนแต่ก่อน แต่ทานไวตามินพวก บีรวมและทานข้าวซ้อมมือทุกมื้อก็ช่วยได้เยอะนะคะ อาการปวดแผลแทบจะไม่มี อาการข้างเคียงก็ไม่มีอะไรเลยค่ะ

คุณป้าพี่บอกว่าเหมือนกับว่ายก ของหนักๆที่ทับหน้าออกไปเลยค่ะ แต่ตอนนี้ก็ต้องกลับไปให้คุณหมอเช็คทุกสามเดือนนะคะ
   
Sat 1 Mar 2008 3:33 [19]

เพิ่งเคยได้ยินเหมือนกันค่ะ

คุณยายหายเร็วๆนะคะ
   
Fri 29 Feb 2008 22:46 [18]

Khun Yaii ka haiii wai wai naka .pen kum lung jai hai khunYaiii dauy naka.
   
Fri 29 Feb 2008 22:12 [17]

ขอให้คุณยายไม่เป็นอะไรมากนะส้ม เอาใจช่วยด้วยจ้า
   
Fri 29 Feb 2008 20:36 [16]

เป็นโรคที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยค่ะ ขอให้คุณยายหายปวด แข็งแรงไว ๆนะค้า

ปล.วันจันทร์นุชส่งไปให้นะคะพี่ส้ม อิกนิดนุชไม่มีเบอร์โทรพี่ส้มเลยค่ะ แอบอยากได้มานานแล้ว ขอหน่อยน้า จุ๊บ จุ๊บ ^^
   
Fri 29 Feb 2008 20:29 [15]

เพิ่งรู้จักนี่แหละ หุหุ

ขอให้คุณยายหายเร็ว ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

   
Fri 29 Feb 2008 18:59 [14]

หวัดดีค่ะคุณส้ม

อ่านเรื่องคุณยาย แล้ว ขอให้คุณยาย สุขภาพแข็งแรง หายป่วยในเร็ววันนะคะ


คุณส้มดูแลตัวเองด้วยจ้า
   
Fri 29 Feb 2008 18:57 [13]

อ่านแล้วเข้าใจเลยน้องส้ม เคยเล่าให้น้องส้มฟังหรือเปล่าไม่แน่ใจคุณป้าพี่เป็นเหมือนกัน ปวดร้าวไปทั้งหน้า ก็ผ่าตัดเหมือนกันค่ะแต่ที่รพ.จุฬาตอนนี้ก็ดีขึ้นแต่มีอาการชาๆ บ้างบางครั้งแต่ไม่ปวดเหมือนเก่าแล้ว

หวังว่าคุณยายหายดีนะคะ อ่านแล้วซึ้งตรงให้เจ้าต้นตาลกับน้องต้นข้าวรักคุณยายมากๆ เชื่อพี่สิต้องรักแน่ๆ เพราะพี่เองโตมากับความรักของคุณยายคุณตาเหมือนกัน ซึ้งแนบสนิทที่สุด
   
Fri 29 Feb 2008 18:47 [12]

โรคสมัยนี้แปลกๆ เยอะนะ
ขอให้การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี คุณยายหายไวไวนะคะ
   
Fri 29 Feb 2008 17:34 [11]

เอ....โรคนี้อุ้มก็ไม่เคยได้ยินแหะ แต่สงสัยคุณยายจะยิ้มมีความสุขกับหลานมากไปหน่อย เลยปวดประสาทหน้าเลยหล่ะค่ะ คริคริ

ปอ ลอ บ้านอุ้มอยู่ เสรีไทยค่ะ หมู่บ้านนวธานีค่าาา ใกล้พี่ส้มป่าวหว่า
   
Fri 29 Feb 2008 16:31 [10]

3 มี.ค. วันจันทร์นี้แล้วสิ..
ดีแล้ว มาถึงวันนัดซะที ผ่าไว คุณยายก็จะได้หายทรมานนะ ฟังแล้วทรมานแทนอ่ะ แค่ปวดฟันธรรมดายังจะแย่เลย

ขอให้คุณยายหายเป็นปลิดทิ้งเลยนะ ช่วยส่งแรงใจให้อีกคนจ้า..

วันอาทิตย์เจอกัน พี่ต่ออนุมัติแระ
อาจต้องโทรถามทางอีกที รับโทสับด้วยนะ
   
Fri 29 Feb 2008 16:04 [9]

เพิ่งเคยได้ยินเนี่ยค่ะ
เป็นกำลังใจคุณยายของหลาน ๆ นะค้า
โห..ลดเป็น 10 โล (อยากลดบ้างจัง แต่ไม่อยากป่วยอ่ะค่ะ หุหุ)
แซนต้า-เดต้า-พรินเตอร์   
Fri 29 Feb 2008 15:42 [8]

ขอเป็นกำลังใจให้คุณยายด้วยนะคะ

ขอให้การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี และคุณยายหายเป็นปกติโดยเร็วคะ
   
Fri 29 Feb 2008 14:38 [7]

เมนท์ไม่ติดซะงั้น

เป็นกำลังใจให้

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ช่วยดลบันดาลให้คุณยาย ตต - ตข หายจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลาย ทั้งมวลด้วยเทอญ
ป = ปูมนพรีม    
Fri 29 Feb 2008 14:20 [6]

มาเป็นกำลังใจให้คุณยาย หายไวๆ ค่ะ
คุณแม่ต้นตาลพูดถูกแล้วค่ะ เรามีแม่
คนเดียวต้องดูแลให้ได้...... ชอบค่ะ
   
Fri 29 Feb 2008 14:05 [5]

ขอให้การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี และขอให้คุณยายดีขึ้นเร็วๆค่ะ
   
Fri 29 Feb 2008 13:47 [4]

สมัยนี้โรคแปลกเยอะจัง

ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้คุณยาย

โดยปลอดภัยและหายจากโรค

ได้พบกับคุณหมอเก่งๆ นะคะ

เป็นกำลังใจให้คะ ให้คุณยายต่อสู้ ต่อไปคะ



   
Fri 29 Feb 2008 12:50 [3]

ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยค่ะ
คุณหมอดีจังนะคะ แนะนำให้ไปรพ.ที่ถูกกว่า แถมไปผ่าตัดให้ถึงที่นั่นเลย

ขอให้คุณยายปลอดภัน หายเร็วๆ นะคะ
แล้วถ้าท่านกลับมาบ้าน ก็อย่าลืมบำรุงทำน้ำหนักเพิ่มด้วยนะคะ

   
Fri 29 Feb 2008 12:15 [2]

*44663*
รักและเป็นห่วงแม่มากๆ
   
Fri 29 Feb 2008 11:44 [1]